ปี 60 ‘วิกฤตส้มตำ’ ไม่เกิด แต่ให้ระวัง ‘วิกฤตต้มกบ’

เพราะในปี 2540 ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จนถูกเรียกขานเป็น วิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งได้สร้างรอยบอบช้ำเอาไว้ให้จดจำกันเยอะมาก ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจในปี 2560 มีลักษณะของความไม่ชัดเจน แถมยังมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรที่ยากคาดการณ์ได้ชัดหลายตัวแปร

ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางการเมืองของไทยเอง ปัจจัยการเมืองของต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ปัจจัยเศรษฐกิจโลก ปัจจัยเบรกซิทกับกลุ่มประเทศอียู ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อการส่งออกของไทยทั้งสิ้น จึงเกิดคำถามว่า หรือปี 2560 ไทยจะเกิดวิกฤตส้มตำ มาแข่งกับวิกฤตต้มยำกุ้งในอดีต

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จึงได้มีการจัดเสวนาหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2560 : SOMTUM Crisis?” ขึ้นมา นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. มองว่า ระยะสั้นเศรษฐกิจไทยไม่น่าเป็นห่วง วงจรเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางดีขึ้น เพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้งการบริโภค ราคาสินค้าเกษตร การส่งออก การลงทุนภาคเอกชน เริ่มดีขึ้น และการใช้จ่ายการลงทุนภาครัฐจะเป็นเครื่องจักรใหญ่ที่เริ่มต้น แต่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือภัยแล้ง จะกระทบต่อเกษตรกรและกำลังซื้อแค่ไหน รวมทั้ง เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน และการเมืองระหว่างประเทศจะส่งผลต่อส่งออกไทยอย่างไร โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 3.3-3.5%

“แต่ระยะกลางและยาว การลงทุนภาคเอกชนยังไม่กระจายตัว กระจุกแค่อุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้เงินลงทุนสูงแต่ไม่ได้สร้างรายได้กับการจ้างงานนัก เพราะใช้แรงงานน้อย โจทย์ใหญ่จากนี้คือ ภาครัฐและส่วนที่กี่ยวข้องจะแก้ไขและพัฒนาอย่างไรให้การลงทุนกระจายสู่เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการจ้างงานของประเทศ ”

นายสุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ มธ. ก็มองว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีสัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจส้มตำ แต่เศรษฐกิจไทยขณะนี้เหมือนวิกฤตต้มกบ  นั่นคือกบอยู่ในน้ำที่กำลังต้ม แต่เพราะกบปรับอุณหภูมิตัวเองขึ้นไปช้าๆ ตามน้ำ จึงยังไม่รู้ตัวว่าสุดท้ายตัวเองกำลังจะตายหากน้ำร้อนขึ้นไปจนถึงจุดเดือด เช่นเดียวกับเศรษฐกิจไทย ที่เศรษฐกิจเติบโตช้าลง และหลายอุตสาหกรรมปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ อย่างฮาร์ดดิสก์ และรถยนต์ จะถูกรถยนต์ไฟฟ้ามาแทนที่ หากไม่ปรับตัว ไม่สามารถแข่งขันได้ ก็จะตายในที่สุดดังกบต้ม

นายวิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มธ. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณเข้าสู่ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่จะทรงตัวและเติบโตอย่างช้าๆ เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยซึมตัวจากปัจจัยลบสะสม ทั้งส่งออกไม่ดี การบริโภคในประเทศไม่คึกคัก การลงทุนของภาคเอกชนโตช้า ภาคการลงทุนกลับมาดีขึ้น แต่กระจุกตัวเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่

 

The short URL of the present article is: https://wealthnbiz.com/1EJPJ

Read Previous

ข่าวดี สำหรับคนอยากกู้เงิน กสิกรชี้ ปีนี้สินเชื่อจะโตขึ้น

Read Next

ดูไบเตรียมอภิโปรเจค สร้างหมู่เกาะสำหรับที่อยู่อาศัยมูลค่า 1.7 พันล้าน