รัฐมนตรีท่องเที่ยวย้ำเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค.นี้ แต่ต้องอยู่ภูเก็ต 14 วัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจาก ศบศ.เห็นชอบแผนเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ก.ค.นี้ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้นำเสนอไป ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด โดยนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และเมื่อเดินทางเข้าภูเก็ต จะต้องรับการตรวจโควิด ตั้งแต่การคัดกรองที่สนามบิน แต่กรณีที่เงื่อนไขเดิมกำหนดให้อยู่ภูเก็ต 7 วัน ต้องขอเพิ่มเป็น 14 วัน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ในไทยไม่นิ่ง ตัวเลขติดเชื้อยังสูงอยู่ จึงขอยืดเป็น 14 วัน

“หากอยู่ภูเก็ตครบ 14 วัน แล้วจะขอเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำเสนอ ศบค.ต่อไป ให้เปิดแบบซีล รูทส์ ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยว โดยไม่ต้องกักตัวเริ่ม 1 ต.ค.64 คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ประจวบคิรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา บนปัจจัยสำคัญ คือ คนไทยต้องปลอดภัยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาต้องปลอดภัย ทั้งนี้ที่เพิ่มจังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากจะมีการจัดการแข่งขันระดับโลกโมโตจีพี เพื่อเป็นการบอกให้คนทั่วโลก ทราบว่าประเทศไทยไม่เพียงมีแค่สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม แต่มีสถานที่จัดการแข่งขัยรายการใหญ่ระดับโลกด้วย”

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงประเด็นหลังจากที่ ศบศ.เห็นชอบในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดภูเก็ต หรือภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 1 ก.ค.นี้ ว่าเป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการ ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอศบค.และครม.อนุมัติอีกชั้น ซึ่งในรายละเอียดประกอบ ภาคท่องเที่ยวเอกชนภูเก็ต เตรียมทำข้อเสนอที่จะสามารถให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาได้จริง เป็นการวางแผนอย่างรอบครอบเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยดูเรื่องรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนเดินทางมา และการเดินทางระหว่างอยู่ที่ภูเก็ต รวมถึงการเดินทางออกจากภูเก็ต และการพักที่ภูเก็ต 14 คืน ซึ่งต้องพักที่สถานที่ได้รับมาตรฐานSHA+ ซึ่งต้องพักที่เดียวหรือ 2 ที่ได้

“กระบวนการในการเดินทางเข้าภูเก็ตเป็นอย่างไร การตรวจโควิด-19 ระหว่างที่อยู่ภูเก็ต ต้องตรวจอย่างไรที่ไหน กำลังมีการหารือกับโรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลรัฐด้วย จะตรวจอย่างไร ราคาตรวจเท่าไหร่ รวมถึงกระบวนการทำระบบติดตาม ต้องทำงานบนพื้นฐานความเป็นไปได้ของคนที่จะมาและการดูแลคนภูเก็ตด้วย ซึ่งต้องมีการจัดทำรายละเอียดให้รอบครอบก่อนนำเสนอศบค.ต่อไป”

ส่วนการฉีดวัคซีนของคนภูเก็ต วันนี้อยู่ที่ 62% ซึ่งต้องดูว่าวัคซีนซิโนแวค เข็ม 2 ที่วางเป้าไว้กลางเดือน มิ.ย.นี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งเป็นความท้าทายว่าคนภูเก็ตจะฉีดวัคซีนครบ 70% จะทันภายใน 15 มิ.ย. หรือไม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ก่อนที่จะเปิดภูเก็ต 1 ก.ค.นี้ ซึ่งเหลือเวลาอยู่แค่ 8 วัน ขณะเดียวกันหวังว่า ศบค.จะประกาศนโยบายเปิดประเทศ ในภาพใหญ่ ภายใน 15 มิ.ย. เช่นกัน เพื่อความอุ่นใจและความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมา เพราะมติ ศบศ.เป็นเพียงแค่ชุดย่อย และการเจรจาระหว่างประเทศก็มีส่วนสำคัญ หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย แต่กลับประเทศตัวเองแล้วต้องกักตัว อาจเป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางมาภูเก็ต เงื่อนไขต่างๆเชื่อว่า ต้องมีการเจรจา และมีการปรับลดลง ตามสถานการณ์ของโควิด-19

นายภูมิกิตติ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนหลังจาก ศบศ.เห็นชอบปรับหลักการ เพิ่มการพักค้างคืนในภูเก็ตเป็น 14 วัน จากเดิมเสนอ 7 วัน นักท่องเที่ยวบางส่วนมองว่า ต้องการที่จะเดินทางไปที่อื่นด้วย เพราะมีเวลามาท่องเที่ยวในไทยไม่นาน แต่ทางภาคท่องเที่ยวเข้าใจ รวมถึงกังวลเรื่องการตรวจโควิด-19 ที่ค่อนข้างมีราคาสูง ต้องตรวจถึง 2 ครั้ง การตรวจตกครั้งละ 3,000 กว่าบาท รวม2ครั้งก็ราวๆ 7,000 บาท บางครอบครัวมาหลายคนก็ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาท ซึ่งมองว่าฝั่งเอเจนซี่ทัวร์อาจจะลังเลในการตัดสินใจพานักท่องเที่ยวเดินทางมา ตรงนี้ภาคเอกชนท่องเที่ยวจะหารือกับโรงพยาบาลเอกชนอีกครั้งว่า จะมีส่วนลดในเรื่องราคาการตรวจอย่างไรได้บ้าง และขณะนี้มีเที่ยวบินที่ยืนยันจะมาไทยในช่วงเปิดภูเก็ต 1 ก.ค.นี้ แล้ว คือ แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ลอนดอน อังกฤษ ปารีส ฝรั่งเศส และฮ่องกง รวมทั้ง ตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจนว่าแต่ละไฟล์ทบินจะมีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ แต่เท่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก อาจจะมีตัวเลขอยู่ที่ วันละ 200 คน หรือ เดือนละไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นคน ในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่ง ททท.ก็ได้ประเมินไว้ ในช่วง 3 เดือนแรก คือกรกฏาคม-กันยายน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 1.2แสนคน

อย่างไรก็ตาม สถานประกอบการที่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย หรือ SHA จาก ททท. ใน10 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต มีจำนวนกว่า 1,000 แห่ง โรงแรม มีกว่า 400 แห่ง และเป็น SHA+ คือพนักงานได้รับวัคซีนแล้ว มีกว่า 200 แห่ง จำนวนห้องพักกว่า 20,000 แห่ง ถือว่ามีจำนวนเพียงพอต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจุดขายของภูเก็ตในช่วงแรก คือ เรื่องทะเลและชายหาด ธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของภูเก็ตที่นักท่องเที่ยวคิดถึง