วิจัยพบ ‘อดีตผู้ป่วยโควิด-19’ มีอาการตกค้าง แม้ผ่านไป 2 ปี

ปักกิ่ง, 13 พ.ค. (ซินหัว) — ผลการศึกษาจากวารสารการแพทย์แลนเซต เรสพิราทอรี เมดิซิน (Lancet Respiratory Medicine) เมื่อวันพฤหัสบดี (12 พ.ค.) ระบุว่าผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราวครึ่งหนึ่ง ยังคงมีอาการหลงเหลืออย่างน้อยหนึ่งอาการ แม้เวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว

การศึกษาข้างต้นที่นับเป็นการเฝ้าติดตามโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลานานที่สุด ระบุว่าอดีตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในจีน จำนวน 1,192 ราย ซึ่งเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ มีแนวโน้มสุขภาพและคุณภาพชีวิตย่ำแย่กว่าประชากรทั่วไป

คณะนักวิจัยจากโรงพยาบาลมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่น สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน และคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้ประเมินสุขภาพระยะ 6 เดือน 12 เดือน และ 2 ปี ของอดีตผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลุ่มข้างต้น ซึ่งเคยรักษาตัวที่โรงพยาบาลจินอิ๋นถานในนครอู่ฮั่นระหว่างวันที่ 7 ม.ค.-29 พ.ค. 2020

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 57 ปี ตอนออกจากโรงพยาบาล เข้าร่วมการทดสอบเดิน 6 นาที การทดสอบในห้องปฏิบัติการ รวมถึงทำแบบสอบถามอาการ สุขภาพจิต คุณภาพชีวิตเกี่ยวกับสุขภาพ การกลับไปทำงาน และการดูแลสุขภาพหลังออกจากโรงพยาบาล

การศึกษาพบร้อยละ 68 รายงานอาการลองโควิด (long COVID) อย่างน้อย 1 อาการภายใน 6 เดือนหลังเริ่มป่วย ขณะร้อยละ 55 รายงานอาการต่างๆ เช่น เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง และนอนหลับยากภายในระยะ 2 ปี รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น ปวดข้อ ใจสั่น เวียนหัว ปวดหัว และวิตกกังวลหรือซึมเศร้า

“ผลวิจัยชี้ว่าผู้รอดชีวิตจากการรักษาโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปี จึงจะฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ แม้พวกเขาปลอดเชื้อไวรัสฯ แล้วก็ตาม” เฉาปิง ผู้เขียนผลการศึกษาหลักจากโรงพยาบาลมิตรภาพจีน-ญี่ปุ่นกล่าว

เหล่าผู้เชี่ยวชาญเผยว่าการศึกษาฉบับนี้อาจมีข้อจำกัด อาทิ ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการศึกษาอาจมีอาการป่วยน้อยกว่า ซึ่งอาจส่งผลให้การประเมินความชุกของอาการลองโควิดนั้นสูงเกินจริง ทว่ามันยังคงเผยความจำเป็นในการดูแลผู้ที่เคยป่วยโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

https://www.facebook.com/bkkwealthandbiz/posts/pfbid02XR1qxmLHBcDSGKu4376HrKT9sLE3gM4oQB2okQV8wmnMjpDsqmuj7RKX3qS4cQztl