ศัลยแพทย์ไทยไม่แพ้ชาติใด “หมอบอย นพ.พุฒิพงศ์” ชี้คุณภาพระดับสากล คนไทย-ต่างชาติแห่ใช้บริการ ติดอันดับ 8 โลก

จากการที่ตลาดศัลยกรรมความงามของเมืองไทยโตไวกว่าที่คิด จนติดตลาดศัลยกรรมความงามอันดับ 8 ของโลก ที่ได้รับความนิยมทั้งในชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการสำรวจจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery : ISAPS) จากเดิมเมื่อปี 2559 อยู่อันดับ 18 และมูลค่ารวมตลาดศัลยกรรมความงามไทยในปี 2562 อยู่ที่ 39,600 ล้านบาท

นายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ (หมอบอย) ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ  (AIC CLINIC) กล่าวว่า จากการเปิดเผยข้อมูลของ ISAPS สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญว่า ราคาไม่ใช่เป็นเรื่องหลักของลูกค้า แต่เป็นเรื่องของความพึงพอใจในการทำแล้วออกมาดูดี อีกทั้งคนไทยมีการยอมรับเรื่องศัลยกรรมความงามมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าพูดถึงตลาดศัลยกรรมความงามอันดับต้น ๆในเอเชียแล้วคือ ประเทศเกาหลีใต้

“ในปัจจุบันแพทย์ศัลยกรรมความงามของไทยก็เก่งมีฝีมือดีไม่แพ้เกาหลีใต้ เพียงแต่ว่าเราสู้เรื่องการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เขาไม่ได้ บ้านเรายังมีข้อจำกัดในเรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์อยู่ และการศัลยกรรมความงามบางอย่างเรายังเทียบเขาไม่ได้ เนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญ แต่ทว่าในบางเรื่องศัลยแพทย์ไทยก็มีความเชี่ยวชาญและเทคนิคเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอยากให้ข้อเสนอแนะว่า หากเราทำศัลยกรรมความงามในบ้านเราถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ก็สามารถให้หมอที่เราทำด้วย แก้ไขหรือช่วยเหลือได้ทันท่วงที”

นายแพทย์พุฒิพงศ์ ในฐานะแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามว่าเป็นผู้บุกเบิกด้านการร้อยไหมเกาหลีคนแรกๆในเมืองไทย และเป็นผู้เริ่มต้นเทคนิคการฉีดสารเติมเต็ม Filler HA ยุคใหม่ด้วยเข็มปลายทู่  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพแล้ว จะให้บริการเกี่ยวกับการรักษาด้วยการปรับรูปหน้าเป็นหลัก จะเป็นลักษณะกึ่งศัลยกรรมความงาม มีการใช้เทคนิคการร้อยไหม การร้อยไหม ที่ทำให้ใบหน้ากระชับ เรียวสวย กับการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็มแบบยึดกระดูกโดยใช้เข็มปลายทู่ ที่จะทำให้ผลลัพธ์หลังการรักษาเห็นผลได้ชัดเจน ปลอดภัย และคงสภาพอยู่ได้นาน ซึ่งไม่มีการผ่าตัด

“จะว่าไปแล้วการผ่าศัลยกรรมความงามบางครั้งก็เป็นการรักษาที่มีประโยชน์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรผ่าตัดศัลยกรรมความงามบ่อย ๆ หรือพร่ำเพรื่อ เนื่องจากการผ่าตัดจะไปทำลายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวมีปัญหา ไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะที่บริเวณใบหน้าเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงทั่วทั้งตัว ดังนั้นหากคิดจากผ่าตัดทำศัลยกรรมความงามต้องศึกษาข้อมูลให้ดี พร้อมทั้งปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า สมควรผ่าตัดหรือไม่ มิเช่นนั้นอาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้ และไม่แนะนำให้ดูจากรีวิวที่มีอยู่เกลื่อนโซเชี่ยลมิเดีย เพราะส่วนใหญ่จะปรับแต่งเนื้อหาและรูปภาพให้เกินจริง รวมทั้งราคาที่ถูกมากจนไม่สมเหตุสมผล เพื่อเป็นการดึงดูดความน่าสนใจ ซึ่งมีผู้หลงเชื่อประสบปัญหามาแล้วหลายราย แนะนำให้เข้าไปดูงานวิจัยและผลงานของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศในอินเทอร์เน็ตที่มีมากมาย ขณะเดียวกันอยากฝากถึงแพทย์ความงามและบุคลากรที่เกี่ยวข้องว่า เวลาจะทำอะไรให้นึกถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์อย่างแท้จริงที่คนไข้จะได้รับ และต้องมองถึงผลระยะยาวด้วย รวมทั้งการแก้ไขและการรักษาหากมีปัญหาในอนาคต”

The short URL of the present article is: https://wealthnbiz.com/wNBvm

Read Previous

ราชาเฟอร์รี่ พร้อมรับนักเที่ยวจีนช่วงโกลเด้นวีค จัดโปรใหญ่หนุนเที่ยว 2 เกาะ สมุย-พะงัน

Read Next

QI ร่วมเซ็น MOU ขยายฐานธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ชี้ภาวะเสี่ยงสงครามคุ้มการลงทุน