ส่องทิศทางเศรษฐกิจจีนหลังปี 2022

โดย ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิจัย วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ อ.วราวุฒิ เรือนคำ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล
อ.วราวุฒิ เรือนคำ

ในช่วงนี้คำถามสำคัญ “เศรษฐกิจจีนหลังปี 2022 จะเป็นอย่างไร?” ยังคงได้รับความสนใจไม่น้อยในแวดวงเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่จีนเป็นยักษ์ใหญ่มีผลต่อเศรษฐกิจเอเชียและเศรษฐกิจโลก ฉะนั้นไม่ว่ายักษ์ใหญ่จะขยับทางไหนมักสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการค้าและเทคโนโลยีจากจีน

ล่าสุดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 17 และเครือข่ายวิจัยประชาชื่น ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “ไทย-จีน: เส้นทางสู่อนาคต เพื่อสร้างความรุ่งเรืองร่วมกัน  (A Road to Future – Rebuilding Path to Thai-China Common Prosperity)” โดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในวันที่ 1 เมษายน 2565 ได้มีการหารือกันโดยประกอบด้วย พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มิสเตอร์หลุยส์ มอเซอร์ ผู้จัดการประจำภูมิภาคประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ IATA  นายโจ ฮอร์น พัธโนทัย กรรมการอำนวยการบริษัท Strategy613 จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านไทย-จีน และ ดร. ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  โดยได้มองทิศทางเศรษฐกิจจีนหลังปี 2022 ว่าจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

1) ความท้าทายหรือปัญหาเศรษฐกิจเดิมของจีนตั้งแต่ยุคก่อนโควิด 10-15 ปี อาทิเช่น ปัญหาวัฎจักรหนี้ของรัฐบาลทั้งที่กู้มาเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างการเติบโตทางการเศรษฐกิจ ปัญหาด้านการผลิตฝั่งอุปทาน (Over capacity) โดยที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้พึ่งวิธีแก้ปัญหาโดยให้ความสำคัญกับ 3 วิธีหลักๆ ไม่ว่าจะเป็น การก่อตั้ง BRI สร้าง Infrastructure นอกประเทศจีน เพื่อส่งเสริมการค้าในภูมิภาคและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเอเชียอุษาคเนย์และยูเรเซีย ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าละการลงทุน ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนนอกประเทศ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค การใช้มาตรการ 4D ได้แก่

1. Deleverage หรือลดภาระหนี้สินภายในระบบ เช่น การลดหนี้ เพิ่มความเข้มงวดทางการเงิน เป็นต้น

2. De-costing ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ปรับรูปแบบกระบวนการผลิตฝั่งอุปทานที่เน้นเทคโนโลยีสูง เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย

3. Destock ลดปริมาณการเก็บสินค้าคงคลังที่ไม่จำเป็น เน้นผลิตตามคำสั่งซื้อระยะสั้นมากขึ้น

4. De-capacity ปรับปรุงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพแรงงาน เปลี่ยนจากผลิตที่เน้นปริมาณมาเน้นคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนานวัตกรรม อาทิเช่นนโยบาย Made in China 2025 เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมผลิตโลก โดยเน้นความเข้มแข็งการผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพิงต่างประเทศ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับจีนคือยังแก้ไขปัญหาอยู่ โดยเฉพาะช่วงโรคโควิด-19 ระบาดในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นหนึ่งปัจจัยที่โผล่ขึ้นมากระทบต่อภาพรวม

อย่างไรก็ตามจีนได้ใช้วิธีหลักการใหม่ เน้นนโยบาย Common prosperity  สร้างเส้นทางสู่อนาคตด้วยการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน  รวมถึงยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน China’s dual circulation  สร้างสมดุลระหว่าง internal circulation ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ ลดการพึ่งพิงวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และ external circulation รักษาเสถียรภาพการค้าระหว่างประเทศ การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ

2) ประการที่สองที่เป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจจีนหลังปี 2022 คือ “ความท้าทายใหม่ 6 ประการ”  ที่จีนต้องเผชิญหลังจากโควิด ซึ่งคุณโจ ฮอร์น พัธโนทัย ได้กล่าวว่า ความท้าทายเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจจีน ว่าจะฟื้นตัวเร็วแค่ไหน หรือว่าจะชะลอตัวอีกนานเพียงใด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเงินเฟ้อ เศรษฐกิจไม่เติบโต  อุปสงค์หดตัว  โรคโควิด-19  การประชุมพรรคฯ รอบสำคัญในปีนี้  สงครามรัสเซีย-ยูเครน  และ การกำกับดูแลภาคการธนาคาร

กล่าวโดยสรุป เศรษฐกิจจีนหลังปี 2022 จะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าจีนจะรับมือปัญหาความท้ายทายเดิมก่อนโควิด ความท้าทายใหม่ 6 ประการได้ดีเพียงใด แน่นอนว่าคงไม่ใช่ปัญหาที่รับมือได้อย่างง่ายดาย ในส่วนของเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจจีนมากเพียงใด หากจีนฟื้นตัวแล้วไทยจะฟื้นตัวตามหรือไม่ ก็คงต้องศึกษากันต่อไป สิ่งที่น่าติดตามก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ที่เปรียบเหมือนเส้นทางการค้าการลงทุนใหม่ และเป็นประตูทางออกสู่ทะเลของจีนอีกเส้นทางหนึ่ง จะเชื่อมต่อกับไทยได้มากน้อยแค่ไหน  และจะก่อให้เกิดความเชื่อมโยงผลประโยชน์ร่วมกันมากน้อยเพียงใด ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

https://www.facebook.com/bkkwealthandbiz/posts/2802305126737575