ส่องเศรษฐกิจจีน ปี 2024 ความหวังช่วยเศรษฐกิจโลกฟื้น

เพราะเศรษฐกิจจีนในสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะประเทศจีนเองเท่านั้น หากแต่เศรษฐกิจจีน ยังกลายเป็นความหวังของเศรษฐกิจโลกไปด้วย โดยเฉพาะภายหลังจากที่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างหนัก

ประเด็นคาดหมายของโลก คือ หากเศรษฐกิจจีนสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแรงตามเป้าหมายที่ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้ประกาศไว้ ว่าจะผลักดันและกระตุ้นให้เศรษฐกิจจีนมีอัตราการขยายตัวของจีดีพีอยู่ที่ 5%

ทุกประเทศ ล้วนคาดหวังว่าจะเกิดผลบวกกับเศรษฐกิจโลกตามไปด้วย ในฐานะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจจีนจะช่วยฉุดดึงอาการซบเซาของประเทศต่างๆได้ และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมสามารถที่จะฟื้นตัวได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ที่ต้องยอมรับก็คือ จีนเองก็ได้รับผลกระทบในช่วงก่อนหน้าเช่นกัน และเมื่อกำลังซื้อของโลกมีปัญหา สินค้าส่งออกของจีนก็ย่อมได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันกับภายในประเทศจีนเอง กำลังซื้อและรายได้ของประชาชนจีนก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การเร่งลงทุนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีน จึงกลายเป็นภาวะฟองสบู่ ผลกระทบจากภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีน รวมทั้งภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในโลก จึงทำให้ในปี 2023 แม้ว่า จีดีพีของจีนจะสามารถเติบโตได้เกินเป้าหมาย คือคาดการณ์กันว่าจะเติบโตได้ถึง 5.9% แต่ก็เป็นความแข็งแรงของเศรษฐกิจจีนเองเป็นสำคัญ ยังไม่สามารถที่จะช่วยฉุดดึง หรือเป็นอานิสงค์เชิงบวกให้กับเศรษฐกิจโลกได้อย่างที่คาดหวัง

แม้ปีที่ผ่านความหวังของเศรษฐกิจโลกอาจจะไม่ได้รับผลดังที่คาด แต่การก้าวเข้าสู่ปี 2024 ยังคงพบว่า เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจทั่วโลก ยังคงเป็นความหวังของเศรษฐกิจโลกต่อไปอีกเช่นเดิม โดยเชื่อว่าหากปีนี้เศรษฐกิจจีนเติบโตขยายตัวได้ตามเป้าหมายอีกเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องกันหลังวิกฤตโควิด – 19 ความเป็นไปได้ในการฉุดดึงให้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้ดีขึ้น ย่อมมีความเป็นไปได้สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่

เมื่อเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นความหวังที่ต่อเนื่อง ทำให้เป้าหมาย และนโยบายของจีน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ได้รับการวิเคราะห์และติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงมีความเชื่อมั่นว่า เป้าหมายของจีดีพีจีนในปี 2024 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% อีกปีหนึ่งได้ไม่ยาก

และเมื่อจีนได้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจปี 2024 อาทิ การใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความก้าวหน้าของการสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่, การกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, การปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการคลังและภาษี, การเปิดกว้างระดับสูง เพื่อส่งเสริมการค้าและดึงดูดการลงทุน เช่น ภาคการดูแลสุขภาพ การบริการ และโทรคมนาคม

อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น รัฐบาลจีนได้มีการให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของภาคการเงิน โดยเน้นไปที่การรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน

โดยแผนเศรษฐกิจปี 2024 ของจีน ครอบคลุมเป้าหมายที่กว้างขึ้น เช่น การส่งเสริมการเกษตรและงานในชนบท, การพัฒนาซึ่งสอดประสานกันในระดับภูมิภาค, การพัฒนาโดยปล่อยคาร์บอนต่ำ และการรับประกันและปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งการใช้มาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการวางแผนการออกพันธบัตรพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.97 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นการลงทุนและอุปสงค์ ตลอดจนการให้คำมั่นว่าจะยกระดับนโยบายการคลังในปี 2024

กรณีมีการวิเคราะห์ในเชิงการตั้งคำถามว่า เศรษฐกิจจีนจะเดินหน้าต่อด้วยความแข็งแกร่งได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ถือเป็นความท้าทายของผู้นำจีน รัฐบาลจีน แต่ขณะเดียวกัน ลึกๆแล้วจีนยังเป็นความหวังของเศรษฐกิจโลกอยู่ด้วยเช่นเดิม

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ยืนยันว่าในปี 2024 นี้ เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวและเติบโตอย่างมั่นคงด้วยการพัฒนาคุณภาพสูง แม้จะมีความท้าทายบ้างในเรื่องการกระตุ้นการไหลเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ การรับมือและปรับตัวกับความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกก็ตาม

ดังนั้น แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2024 รัฐบาลจีนยังจำเป็นต้องทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีการปรับโครงสร้างเพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการผลิตด้วยการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ  ส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก และให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ 9 ด้าน ที่ได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้ว จึงได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยมาตรการสำคัญทั้ง 9 ด้านของจีน ประกอบด้วย

1.ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้จีนป็นผู้นําในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ เทคโนลยีควอนตัม

2.มุ่งขยายอุปสงค์ในประเทศ โดยกระตุ้นการบริโภคที่มีศักยภาพและส่งเสริมการลงทุนให้เป็นวงจรที่สมดุลควรส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การบริโภคสีเขียวและการบริโภคด้านสุขภาพ การกีฬา การท่องเที่ยว และพัฒนาแบรนด์จีนให้ทันสมัย

3.ปฏิรูปในเรื่องต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่และมีจุดขาย

4.ยกระดับการพัฒนาที่มีมาตรฐานสูง ส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ขยายการค้าดิจิทัล การส่งออก และอีคอมเมิร์ซ

5.แก้ปัญหาความเสี่ยงในเรื่องสําคัญต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ปราบปรามอาชญากรรมการเงินอย่างเข้มงวด

6.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรและเกษตรกรรมในพื้นที่ชนบท

7.ขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองควบคู่การพัฒนาชนบทอย่างบูรณาการ

8.รักษาสิ่งแวดล้อม ดูแลระบบนิเวศ ส่งเสริมการพัฒนาสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ สร้างจีนให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาสีเขียว

และ 9.ให้ความสำคัญกับยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ด้อยโอกาส และดูแลเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน

แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2024 ทั้ง 9 ด้าน โดยเฉพาะเรื่องมาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ, จุดยืนของจีนต่อเรื่องการใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่, การกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และ การส่งเสริมตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ จึงกลายเป็นนโยบายจีน แต่ต่างประเทศร่วมลุ้นไปสู่เป้าหมายไปด้วยแล้ว

โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา

ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz และ สำนักข่าว บางกอกทูเดย์

The short URL of the present article is: https://wealthnbiz.com/zMnFm

Read Previous

AWC จับมือกลุ่ม ปตท. เปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ on-ion

Read Next

เจ้าสัวประยุทธ์ เตือนดูแลสุขภาพสู้ PM2.5 แนะสารสกัดลำไยเข้มข้นช่วยเสริมสุขภาพได้