ส.อ.ท.กังวลค่าไฟแพง-น้ำมันขาขึ้น กระทบต้นทุนอุตสาหกรรม-ผู้บริโภค ห่วงทำเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และอาจถึงขั้นถดถอยได้

กรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ในรอบ 2 ปี สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนมกราคม-เมษายน 2565 เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ นั้น นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกรณีดังกล่าวว่า ถือเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบากสำหรับผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรม และผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งราคาที่แพงขึ้นไม่เพียงกระทบค่าไฟแต่ยังกระทบต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันให้เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งประเด็นสิ่งที่น่ากังวลคือรายได้ของประชาชน รายได้ผู้ประกอบการยังไม่เพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งเปิดประเทศ เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ที่เผชิญช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หรือบางกิจการอาจมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ไม่เท่ากับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น เวลานี้เศรษฐกิจไทยเพิ่งกลับมาเริ่มต้น จึงค่อนข้างน่าเป็นห่วงมาก

“ผลกระทบจากค่าไฟที่แพงขึ้นบวกกับราคาน้ำมันขาขึ้นจนกระทบให้ราคาสินค้าต่างๆ ขยับขึ้นตาม จะกระทบต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือไม่เหมือนเดิม สิ่งนี้น่าเป็นห่วง อาจทำให้ทุกคนต้องประหยัดมากขึ้น และอาจมีส่วนทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ หรือรุนแรงกว่านั้นอาจกดดันเศรษฐกิจไทยให้ลดลงได้ ทั้งนี้ ภาคเอกชนในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประเมินจีดีพี ปีนี้ไว้ที่ 0-1.5% ส่วนปีหน้าจะต้องดูอีกทีว่าจะอยู่ระดับที่เท่าไหร่หลังจากเปิดประเทศ ล่าสุดต้องมาเจอต้นทุนที่สูงขึ้น ก็ต้องดูว่ารายได้รายรับจะกลับมาเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นก็จะทดแทนกับต้นทุนดังกล่าวได้ ซึ่งปัจจุบันของแพงเงินเฟ้อมาแล้ว หากดูแลไม่ดีเศรษฐกิจไทยจะย่ำแย่ แนวโน้มอาจถดถอยได้” นายสุพันธุ์กล่าว