‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์ เป้าปลายปี 1.4%

คณะกรรมการกำหนดนโนบาย (เอฟโอเอ็มซี) ของกองทุนสำรองแห่งรัฐ หรือเฟด ซึ่งประชุมกันเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปสู่ระดับ 0.75 -1.00 เปอร์เซ็นต์

ถือเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็นครั้งแรกของปีนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวว่า เอฟโอเอ็มซียังไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหรือไม่อย่างไร

ในการลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ มีผู้ลงมติคัดค้าน 1 เสียง คือนายนีล คาชคารี ประธานเฟดสาขามินเนอาโพลิส

แถลงการณ์เอฟโอเอ็มซีระบุว่า อัตราเงินเฟ้อขยับเข้าใกล้เป้า 2 เปอร์เซ็นต์ที่เฟดวางไว้ และตลาดแรงงานยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวด้วยอัตราเร็วพอประมาณ ทำให้คาดการณ์ว่าพัฒนาการทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะดำเนินต่อไป และจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยทีละเล็กน้อยเท่านั้น

และแม้นางเยลเลนจะระบุว่า นโยบายที่กระตุ้นอัตราการเติบโตอาจทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น แต่ในการแถลงข่าว นางเยลเลน บอกเพียงว่า เรื่องดังกล่าวยังคงต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

และเพราะในรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจรายไตรมาส คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดทำนายว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปีนี้ ตลาดการเงินจึงว่า เฟดน่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนและธันวาคม

The short URL of the present article is: https://wealthnbiz.com/qru1F

Read Previous

เจ้าชายวิลเลียม-ดัชเชสเคท ทรงเลือก ร.ร.สหศึกษาใกล้วังให้ ‘เจ้าชายจอร์จ’

Read Next

‘บิล เกตส์’ ยังคงร่ำรวยที่สุดโลก เจ้าพ่อหุ้น ‘บัฟเฟตต์’ ตามมาที่ 2