เรื่องราวระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กับ มารดา

รากฐานแห่งการสั่งสอนเด็ก ย่อมเริ่มต้นจากการสอนของคุณแม่ ตั้งแต่สมัยโบราณความยิ่งใหญ่ของความรักจากคุณแม่เป็นที่ยกย่องสรรเสริญอย่างกว้างขวาง

นางฉี ซิน มารดาของ นายสี จิ้นผิง เป็นสมาชิกพรรคฯ ดีเด่น ทั้งยังเป็นคุณแม่ที่เข้มแข็งที่อยากจัดการเรื่องทั้งปวงให้ดี เธอให้ความสำคัญกับการทำตัวเป็นแบบอย่างทั้งคำพูดและการกระทำ สอนความรู้ปลูกฝังคุณธรรมในเรื่องการสอนลูก ๆ นางฉี ซินปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่าง สร้างบรรยากาศครอบครัวที่ดีสั่งสอนลูก ๆ ยังมีอีกหนึ่งความคาดหวังสำคัญนั่นก็คือ ขอให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อประเทศและประชาชนด้วย

บิดามารดาควรเป็นผู้ที่ใจดีที่สุดในโลก ส่วนลูกก็ควรเป็นคนที่มีใจกตัญญูมากที่สุดเช่นกัน

วันนี้เรามาทบทวนความผูกพันลึกซึ้งระหว่างนายสี จิ้นผิงกับมารดา ผ่านเรื่องราวหลายเรื่อง

เมื่อนายสี จิ้นผิง อายุ 5 – 6 ขวบ แม่ได้อุ้มเขาไปซื้อหนังสือภาพนิทานเรื่อง “ขุนศึกเย่ว์เฟย” (งักฮุย) พอกลับบ้านก็เล่าเรื่องที่มารดาของเย่ว์ เฟย สลักตัวอักษรกลางหลังของลูกชายว่า “จิง จง เป้า กั๋ว” หมายถึง “จงรู้รักภักดีเพื่อแผ่นดิน” เด็กชายสีฟังแล้วก็ถามแม่ว่า สลักอักษรบนหลังย่อมจะเจ็บมาก คุณแม่ตอบว่า เจ็บแน่นอน แต่ก็ทำให้จำได้แม่น จากนั้นเด็กชายสีก็ได้จดจำอักษรจีน 4 ตัวนี้ไว้ในใจจนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นเป้าหมายของทั้งชีวิต

ก่อนที่สี จิ้นผิง จะต้องเดินทางไปใช้ชีวิตในชนบทที่หมู่บ้านเหลียงเจียเหอ ทางภาคเหนือของมณฑลส่านซี นางฉี ซินได้เย็บกระเป๋าให้นายสี จิ้นผิง พร้อมใช้ด้ายแดงปักอักษร 3 ตัวว่า “ใจของแม่” เพื่อให้ลูกนึกถึงคำสั่งสอนและความรักของแม่ไว้เสมอ ตลอด 7 ปีที่ใช้ชีวิตในหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ นายสี จิ้นผิง มีมิตรภาพที่ดีงามและผูกพันยิ่งกับชาวบ้านท้องถิ่น ก่อนที่เขาจะเดินทางจากลาหมู่บ้านแห่งนี้ นายสี จิ้นผิง ได้มอบกระเป๋าสุดที่รักที่แม่เย็บให้เขานั้นกับนายจาง เว่ยผาง เพื่อนบ้านที่เขาสนิทด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า “ถึงผมจะจากไปแต่ใจผมจะอยู่ที่นี่” กล่าวได้ว่าหมู่บ้านเหลียงเจียเหอเป็นจุดเริ่มต้นความตั้งใจจริงแต่แรกเริ่มของนายสี จิ้นผิง

เทศกาลตรุษจีนปี 2001 นายสี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยน ไม่สามารถกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว เขาจึงโทรศัพท์ถึงนางฉี ซินผู้เป็นมารดา เมื่อรู้ว่าลูกชายต้องทำงานกลับบ้านไม่ได้ นางฉี ซินกลับรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมาก เธอบอกกับลูกว่า “ขอเพียงลูกทำงานของตนให้ดีก็เป็นการแสดงความกตัญญูที่ยิ่งใหญ่ต่อพ่อแม่แล้ว เป็นการรับผิดชอบต่อครอบครัว และเป็นการรับผิดชอบต่อตัวลูกเองด้วย มันมาพร้อมกันหมด”

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)

https://www.facebook.com/bkkwealthandbiz/posts/2807748306193257